เกษตรโคราช เตือนชาวนาระวังการระบาดของโรคใบไหม้ข้าว ชี้อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูง เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเชื้อรา...
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขอแจ้งเตือนให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ให้ระวังโรคใบไหม้ของข้าว (Rice Blast) เนื่องจากสภาพอากาศที่ช่วงเช้าอากาศเย็น กลางวันร้อนอบอ้าว และความชื้นสัมพัทธ์สูงในเวลากลางคืน เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไหม้ของข้าว โดยเฉพาะข้าวนาหว่านที่เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่มากเกินไป ข้าวขึ้นหนาแน่นทำให้อับลม อากาศไม่ถ่ายเท และมีการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่สูง และพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105, กข 15 ซึ่งปลูกเพาะมากในช่วงนาปี
ทั้งนี้ สาเหตุของโรคใบไหม้เกิดจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc. หากระบาดในระยะกล้านั้น ใบจะมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ และในระยะแตกกอ ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ
"ขอแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ ถ้าพบการระบาดของโรคใบไหม้ ให้ใช้เชื้อไตรโครเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีฉีดพ่นเฉพาะจุดที่พบการระบาดเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อรา ถ้าหากจำเป็นให้ใช้สารเคมีควบคุม โดยสารเคมีที่แนะนำ ได้แก่ อิติเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร หรือบลาสติซิดิน-เอส 2 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร" เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าว
นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การใช้สารเคมีให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง ควรใช้พ่นสลับกัน เพื่อป้องกันการดื้อยา และต้องลดปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งไม่ควรใช้เกิน 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ และฤดูกาลต่อไปควรคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อราก่อนหว่าน และต้องหว่านข้าวตามคำแนะนำของทางราชการในอัตราประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่